กลับไปนั่งทำความเข้าใจชีวิตมา

กลับไปนั่งทำความเข้าใจชีวิตมาขอบคุณมากคะ สำหรับทุกคนที่เข้ามาให้กำลังใจ  ตอนนี้เราพร้อมแล้วสำหรับก้าวใหม่ที่มั่นคง  มัวแต่คิดทบทวนถึงเรื่องราวต่าง ๆ ที่ผ่านมา สุดท้ายคำตอบก็คือ "ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน"  ถ้าภายในจิตใจเราไม่สดใสก่อน เราก็คงไม่สามารถทำให้การแสดงออก และการใช้ชีวิตที่เป็นนามธรรมดีขึ้นได้

หลังจากผ่านมรสุมร้ายมาได้เกือบ 10 เดือน ทำให้เราพร้อมที่จะสู้  ชีวิตคนเราก็คงเหมือนคลื่นที่มีสูงและมีต่ำ  ที่ผ่านมามีชีวิตอยู่กับคลื่นใต้นำมานานแล้ว  นี้ถ้ายังปล่อยให้ตัวเองเป็นบัวใต้นำก็คงจะเน่าไปหลายรอบ

ตอนนี้ชีวิตก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากว่างงานมาเกินขวบปี ซึ่งในช่วงนั้นไม่ว่าจะไปสัมภาษณ์ที่ไหนก็ไม่เคยประสบความสำเร็จ  และแล้วมาวันหนึ่งซึ่งเป็นวันที่เราตัดสินใจว่าจะไม่หางานอีกต่อไป เราต้องเริ่มต้นธุรกิจของเราเองแล้ว  เชื่อไหมคะว่า  ตอนนี้เรามีงานประจำที่เพิ่งจะเริ่มได้เมื่อ 3 อาทิตย์ที่แล้ว ให้เป็น Marketing Director ซึ่งเราก็ได้ตอบตกลงเค้าไปง่าย ๆ เพราะคิดถึงชีวิตการทำงานมากเหลือเกิน

แล้วหลังจากที่เราเริ่มงานได้เพียง 2 วันก็มีอีกที่หนึ่ง offered ให้ร่วมงานกับเขาโดยเสนอให้เป็น Office Manager พร้อมกับ package ที่เราต้องไป train เรื่อง Finance & Management ที่ Belgium อีกหนึ่งอาทิตย์  พร้อมกับการที่บริษัทเสนอให้เราเรียนภาษาญี่ปุ่นเพิ่ม เพื่อที่เราจะได้สามารถคุยกับทาง investor ที่เป็นคนญี่ปุ่น  ซึ่งบริษัทนี้เป็นการร่วมทุนกันระหว่างคนไทย คนญี่ปุ่น และคนฝรั่งเศส  โดยทาง investor ที่เป็นคนฝรั่งเศส happy ที่เราสามารถพูดภาษาบ้านเค้าพอได้

กลับไปนั่งทำความเข้าใจชีวิตมาส่วนอีกที่หนึ่งก็สนใจให้เรา take care เป็น Marketing Manager เช่นกัน  คืดเราเจอกับเจ้าของบริษัทโดยบังเอิญที่ร้านกาแฟ  ซึ่งเขาไปนั่งคุยงานกับน้องคนหนึ่งที่เคยช่วยงานเราตอนที่เราทำงานอยู่ที่บริษัทฝรั่งเศส  สุดท้ายก็แลกนามบัตรกัน แล้วเมื่อวานเราก็ไปนั่งคุยกับเค้าถึงเรื่องงานและข้อเสนอต่าง ๆ มา

โอ้ว! แม่เจ้า  ตอนนี้รู้สึกสับสนอีกแล้วว่าจะเลือกทำที่ไหนดี  เพราะทุกที่เป็นธุรกิจคนละประเภทกัน  ซึ่งหน้าสนใจใน term ของ business learning & development เท่า ๆ กันด้วย  ใจจริงโลภมาก อยากจะทำทั้งสามอย่างเลย  เพราะบริษัทแรก sure อยู่แล้วว่าเป็นที่ ที่เราจะทำงานกับเขา  ส่วนที่ ๆ สอง ทางบริษัทต้องการให้เราเซ็นต์สัญญาภายในอาทิตย์ที่จะถึงนี้  ส่วนบริษัทสุดท้ายก็มีแนวโน้มที่เขาจะเรียกตัวสูงเหมือนกัน

มาตอนนี้เลยอยากมีหลายร่าง หรือไม่อย่างนั้นก็รับเป็นที่ปรึกษาให้เค้าก็น่าจะดี  เพราะใจเรารักอยากที่จะทำทั้งสามที่  กำลังคิดอยู่ว่า จะเสนอให้เค้าลดเงินเดือนของเราที่ตั้งไว้ลงมาพร้อม ๆ กับชั่วโมงทำงานที่ลดลง  แล้วถ้าทุกที่ OK หลังจากนั้นเราก็จะจัดเวลาให้เหมาะสม และเป็นธรรม  อีกอย่างการที่เราไม่มีใครข้าง ๆ เป็นข้อได้เปรียบในตอนนี้ก็ว่าได้ เพราะเราสามารถทุ่มเวลาให้กับงานได้

กลับไปนั่งทำความเข้าใจชีวิตมาส่วนเรื่องพ่อแม่ก็ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะบ้านเรามีนโยบายโทร.หากันทุกวันอยู่แล้ว  เอาไว้อาทิตย์ไหนว่าง ๆ ก็ค่อยบินไปหาเค้า  ตอนนี้แม่ถึงขั้น offer ตั๋วเครื่องบินกรุงเทพ-สมุย ให้ลูกสาวอีกแล้ว เพราะเค้าไม่ชอบกรุงเทพ  ถ้าจะมาก็แค่หาหมอ หรือ shopping เท่านั้น  แต่ก็นาน ๆ ที่แหละเพราะแม่เป็นคนรู้จักใช้เงินคนหนึ่งเลยทีเดียว

นี่หละคะชีวิตหลังพายุ หลังจากที่ต้องอดทนกับจิตใจที่บอบช้ำ วันนี้แผลเริ่มหาย และพร้อมที่จะสู้ต่อไป   ส่วนเรื่องความรักครั้งใหม่ ... คิดว่ายังไม่พร้อมดีกว่า  อยู่กับใจของตัวเอง และรักตัวเองให้มาก แล้วอีกหน่อยความรักจากรอบข้างก็จะวิ่งมาหาเอง

สุดท้ายก็ขอเป็นกำลังใจให้กับคนอื่นด้วยนะคะที่ท้อเพราะรักจากหายไป  อยากจะบอกว่า "ให้ทำวันนี้ให้ดีที่สุด" เพราะเราไม่สามารถคาดการณ์ได้เลยว่าวินาทีข้างหน้าจะเป็นอย่างไร

ตอนที่เราอยู่กับเขา ช่วง 5 ปีที่อยู่ร่วมกันมา มันเป็นช่วงที่วิเศษที่สุด แล้วพอมาวันหนึ่งที่ไม่สามารถอยู่ด้วยกันได้  วันเวลาดี ๆ เหล่านั้นก็ยังเป็นความทรงจำที่ดีตลอดไป  ไอ้ที่ไม่ดีช่วงที่เขาตัดสินใจจะไปจากเราก็ลืมความช้ำมันออกไป เพียงแค่เก็บเอาไว้เป็นประสบการณ์ว่าจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบเดิมอีก  จดจำในสิ่งที่ดี ๆ และพัฒนาชีวิตให้ดีขึ้นจากความเจ็บที่ผ่านมานะคะ

     Share

<< เพียงแค่รักและห่วงใย ไม่อาจทำให้คนสองคนผ่านอุปสรรคไปได้ >>

Posted on Sun 5 Aug 2007 19:22


 
เผอิญเข้ามาอ่านคะ คงไม่ว่ารัยนะคะ แต่ดีจัยกับพี่กล้วยด้วยที่ได้งาน ได้ผ่านช่วงที่เลวร้ายไปแล้ว แต่สำหรับant ตอนนี้กำลังเผชิญกับสิ่งที่พี่เพิ่งผ่านไปทั้งความรักและการงาน หวังว่าคงจะโชคดีเหมือนพี่นะคะ
ant   
Sat 11 Aug 2007 11:09 [1]


 

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh